8.2

ใครที่เหมาะจะใช้เบาะรองนั่ง

เบาะรองนั่งอาจจะไม่จำเป็นใช้ก็ว่าได้ สำหรับใครที่รักการนั่งกับพื้นธรรมดาๆ ไม่ต้องมาคอยยุ่งยากวุ่นวายกับการหาซื้อเบาะรองนั่ง แต่คุณรู้มั้ยคะว่าการเลือกใช้เบาะรองนั่งสำหรับนั่งบนพื้นในบ้านของเรานั้น มันจะช่วยหนุนการนั่งของเราให้เต็มเปี่ยมไปด้วยการผ่อนคลาย สัมผัสจากการรองรับน้ำหนักตัวที่หนักหน่วงเมื่อสะโพกของเราแนบสนิทกับพื้นเป็นเวลายาวนานมีหรือจะไม่เกิดอาการเจ็บปวด เพราะฉะนั้น หากนั่งแป้ปเดียวสั้นๆ ไม่ต้องใช้เบาะรองนั่งก็ได้ แต่หากจะต้องนั่งเป็นเวลานานล่ะก็ซื้อเบาะรองนั่งมาใช้กันดีกว่าค่ะ เรามาดูกันดีกว่านะคะว่าใครกันบ้างที่ควรจะใช้เบาะรองนั่ง

8.2

ผู้ที่ชอบนั่งสมาธิบ่อยๆ

เครื่องสำอางเกาหลี ร้านนี้เลยจร้าาา www.molykorea.com

เครื่องสำอางเกาหลี

สำหรับคนที่ชอบนั่งสมาธิบ่อยๆ หรือแม้แต่นั่งสวดมนต์ในห้องพระ ก็ควรจะมีเบาะรองนั่งเหมือนกันนะคะ โดยอาจจะเลือกเบาะรองนั่งที่ไม่มีสีสันหวือหวาเท่าไรนัก เอาแบบเรียบๆ พื้นๆ ก็ได้ เพื่อให้ดูเหมาะสมกับการใช้งานในห้องพระ ใครที่ชอบนั่งสมาธินานๆ หากนั่งบนพื้นธรรมดาก็ย่อมเมื่อยเป็นธรรมดาและอาจจะทวีอาการปวดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น หาซื้อเบาะรองนั่งที่นั่งแล้วสบาย ไม่ต้องมีสีสันมากเลือกสีที่เหมาะสมเรียบๆ มาวางไว้หลายๆ ผืน รองรับจำนวนสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ให้มาสวดมนต์ นั่งสมาธิพร้อมหน้าพร้อมตากัน แบบนี้ก็จะช่วยยืดเวลาในการทำกุศลให้ยาวนานขึ้นไปอีกได้แน่นอน

สำหรับบ้านที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์รับแขก

บ้านของใครที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์รับแขก ไม่ซื้อเบาะรองนั่งสวยๆ น่ารักมาไว้ใช้คงไม่ได้แล้วนะคะ และเบาะรองนั่งสมัยนี้ก็มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายรูปแบบ มีดีไซน์รูปการ์ตูนหรือรูปสัตว์ต่างๆ ทั้งแบบทรงกลม ทรงรีหรือสี่เหลี่ยม เป็นต้น ลองเนรมิตพื้นที่ว่างโล่งๆ ของคุณพร้อมเป็นห้องรับแขกชิลๆ สวยๆ ด้วยการเลือกซื้อเบาะรองนั่งสวยๆ มาใช้กันสิคะ

ผู้ที่ต้องนั่งทำงาน

สำหรับคนที่ไม่มีโต๊ะทำงาน อาจจะต้องนั่งอ่านหนังสือ เขียนงานหรือพิมพ์เอกสารบนพื้น หากคุณมีเพียงโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ ก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีเบาะรองนั่งมานั่งทำงานค่ะ เพราะเราจะต้องนั่งเป็นเวลายาวนานไม่น้อยไปกว่าชั่วโมง เหมาะสำหรับบ้านของใครที่ไม่มีโต๊ะทำงานหรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านมาก มีพื้นที่น้อยๆ แคบๆ ก็ควรซื้อเบาะรองนั่งนี่แหละมาไว้ใช้ค่ะ แค่นี้การทำงานของคุณก็จะเต็มไปด้วยความสบายมากขึ้นได้แล้ว หรือหากมีโต๊ะทำงานแต่นั่งเก้าอี้แล้วไม่นุ่มสบายนักจะหาซื้อเบาะรองนั่งมาใช้นั่งอีกทีก็ดีไม่น้อยค่ะ

เบาะรองนั่งบนรถ

คนที่ขับรถหรือแม้แต่การใช้เบาะรองนั่งบนรถนั้นก็เหมาะดีอีกเช่นกันค่ะ เพราะหากเลือกซื้อเบาะที่ดี มีคุณภาพสามารถรองรับการนั่งบนเบาะรถยนต์ได้ดี ก็จะทำให้การขับรถมาพร้อมความเบาสบาย ไม่มีอาการปวดเมื่อยตัวหรือหลัง เช่นเดียวกันกับเบาะในส่วนของผู้โดยสารอื่นๆ หากมีเบาะรองนั่งนุ่มๆ รองรับก็จะทำให้การนั่งรถสุขสบายมากยิ่งขึ้นเช่นกันค่ะ ยังไงก็ตาม หากการนั่งเบาะรถยนต์ธรรมนำมาซึ่งอาการปวดเมื่อยล้าตัวจะมองหาเบาะรองนั่งที่สามารถรองรับตอนนั่งขับรถไว้สักอันก็ดีไม่น้อยเลยล่ะ

เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาเบาะรองนั่งก็อย่าลืมสั่งซื้อตามเว็บไซต์ที่ขายเบาะรองนั่งกันนะคะ มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายไซต์ หลายแบบเลย แถมยังมีหลายสีสันด้วย รับรองค่ะว่าแต่ละสีสันมาพร้อมความโดนใจสุดๆ อีกทั้งการตัดเย็บก็ยังละเอียดประณีต เนื้อผ้าก็ดี ลองพิจารณาดูหลากหลายร้านก่อนก็ได้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเพื่อให้คุณได้สินค้าดีๆ อย่างเบาะรองนั่งมาใช้นั่งทุกๆ วันอย่างคุ้มค่าค่ะ

Save

Save

10 ฟันน้ำนมลูก

เริ่มต้นพัฒนาการของลูกรักกับฟันน้ำนมที่ดี

ดูเผิน ๆ ฝันน้ำนมอาจจะเป็นเพียงฟันชุดแรกที่รอการหลุดร่วงเพื่อที่จะรอฟันแท้ขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้ว หากฟันน้ำนมไม่ได้รับการดูแลที่ดี อาจจะทำให้ช่องปากของลูกรักมีปัญหาต่าง ๆ ตามมา วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าฟันน้ำนมนั้นมีความสำคัญกับลูกรักแค่ไหน และเราจะดูแลฟันน้ำนมของลูกรักอย่างไรให้สมบูรณ์แข็งแรง

ฟันน้ำนมนั้นแม้จะเป็นเพียงฟันชุดแรก แต่ก็มีความสำคัญต่อการบดเคี้ยวอาหารของลูกรักในช่วงวัยเด็ก หากฟันน้ำนมไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ผุและหลุดร่วง ซึ่งการที่ฟันหลุดร่วงนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบการบดเคี้ยวของลูก ทำให้ลูกไม่สามารถทานอาหารได้ตามความต้องการของร่างกาย อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกรักของเรามีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองช้ากว่าที่ควร และเด็กอาจจะมีร่างกายที่เล็ก แคระแกรน กว่าเด็กทั่วไป นอกจากนี้ยังส่งผลให้เด็กเกิดความไม่มั่นใจ ส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก รวมถึงการออกเสียงของเด็กอาจจะมีการผิดเพี้ยนด้วย

สาเหตุที่ฟันน้ำนมนั้นสามารถผุได้ง่ายกว่าฟันแท้นั้น เนื่องจากมีแคลเซียม และฟอสฟอรัสน้อยกว่าฟันแท้ อีกทั้งยังมีชั้นเคลือบฟันที่บางกว่าฟันแท้ ซึ่งการเกิดฟันผุนั้นมาจากการที่พ่อแม่ปล่อยปะละเลย ให้ลูกนอนหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังดูดขวดนม ทำให้ฟันของลูกถูกทำลายด้วยแบคทีเรีย ดังนั้นจึงต้องคอยระวังรักษาฟันให้ลูกด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดถูช่องปากให้ลูกเมื่อฟันน้ำนมยังไม่ขึ้น และเมื่อฟันเริ่มขึ้นแล้วก็ต้องหมั่นแปรงฟันให้ลูกอย่างน้อยวันละสองครั้งเช้าเย็น และควรพาลูกไปตรวจฟันกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจว่าฟันของลูกมีปัญหาอะไร และหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

การดูแลฟันน้ำนมของลูกก็เหมือนเริ่มดูแลพัฒนาการของเขาตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าคุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างดีอนาคตของเจ้าตัวน้อยก็สดใสแน่นอนค่ะ

9 ระงับกลิ่นปาก

ระงับกลิ่นปากด้วยวิธีธรรมชาติ

ขึ้นชื่อว่ากลิ่นปากคงจะไม่มีใครปรารถนาไว้ในครอบครอง เพราะสร้างความไม่มั่นใจให้กับตัวเรา และยังทำให้คนรอบข้างไม่อยากเข้าใกล้ หลายคนจึงสรรหาวิธีการต่าง ๆ นานา มาช่วยขจัดกลิ่นปาก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วรอบตัวเรามีสมุนไพรรอบตัวมากมายที่ช่วยแก้ปัญหากลิ่นปากได้ แต่จะมีอะไรบ้างวันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะ

สมุนไพรใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้บรรเทากลิ่นปากได้คือฝรั่ง โดยการเคี้ยวใบฝรั่งสด เมื่อมีกลิ่นปาก ใบฝรั่งจะมีสารที่ช่วยลดกลิ่นปากได้ หรือใครที่ไม่ชอบรสฝาดของใบไม้ อาจจะเลือกกินฝรั่งเป็นผลไม้หลังมื้ออาหารก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกานพลูซึ่งเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้ โดยเลือกใช้กานกานพลูแห้งที่ยังไม่ได้สกัดน้ำมันออก นำมาอมไว้ในปากหนึ่งถึงสองนาที ก็จะลดกลิ่นปากได้ และยังสามารถนำมาบดละเอียดผสมในยาสีฟันใช้แปรงฟันเพื่อลดกลิ่นปากหลังมื้ออาหารได้อีกด้วย นอกจากนี้หากอยากปัญหาลมหายใจจากภายในคุณอาจจะเลือกทานอะโวคาโด ซึ่งมีส่วนช่วยชำระล้างอาหารที่ตกค้างในลำไส้ใหญ่ทำให้ช่วยลดปัญหาลมหายใจมีกลิ่นไปได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถผสมน้ำยาบ้วนปากสูตรธรรมชาติได้ด้วยการใช้ น้ำขิงสดและน้ำมะนาวอย่างละหนึ่งช้อนชา ผสมน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว บ้วนลดอาการกลิ่นปากได้ทางหนึ่งอีกด้วยค่ะ

ปรกตินั้นกลิ่นปากมีสาเหตุจากการดูแลช่องปากที่ไม่ดี เช่นการแปรงฟันไม่สม่ำเสมอหรือถูกวิธี หรืออาจจะมีปัญหาในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ เหงือกอักเสบ อวัยวะในช่องปากติดเชื้อ นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดจากปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในช่องปาก จึงควรค้นหาสาเหตุด้วยการพบทันตแพทย์จากนั้นจึงแก้ไขที่ต้นเหตุควบคู่กับการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟัน และอาจจะบรรเทากลิ่นปากด้วยวิธีต่าง ๆ

 

 

The Vintage years: White Teeth

ฟันขาวทันใจหลากหลายวิธี

รอยยิ้มเป็นหนึ่งในอาวุธที่สาวไทยใช้พิชิตใจผู้พบเห็น แต่สำหรับคนที่มีฟันที่เต็มไปด้วยคราบเหลือง คงจะต้องยิ้มกันแบบกล้า ๆ กลัว วันนี้เรามาเสริมสร้างความมั่นใจด้วยการสร้างฟันขาวง่าย ๆ แบบทันอกทันใจกันค่ะ

วิธีสร้างฟันขาวทันใจนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้พืชผักผลไม้สมุนไพร ใกล้ตัวมาใช้กับฟัน อย่างเช่นการใช้เปลือกด้านในของกล้วยหอมมาถูฟันทิ้งไว้ ประมาณสองนาที  โพแทสเซียมและแมกกานีส ที่อุดมในกล้วยหอมก็จะช่วยขัดคราบสกปรกและฟอกฟันให้ขาวได้อย่างฉับไว หรือจะเลือกใช้สตรอเบอร์รี่หนึ่งผลยีผสมกับผงฟูหนึ่งช้อน นำมาทาที่ฟันทิ้งไว้ 2 นาทีสารในสตรอเบอร์รี่และผงฟูจะช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้เช่นกันค่ะ อีกสูตรหนึ่งที่ช่วยให้ฟันขาวได้คือใช้น้ำมะนาวผสมกับผงฟูแล้วนำมาแปลงฟัน แต่สูตรนี้ต้องบ้วนปากให้สะอาดไม่ให้กรดของน้ำมะนาวที่ตกค้างทำลายเคลือบฟันได้

อย่างไรก็ตามการใช้พืชผักผลไม้อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับฟันที่ขาวที่สุด เนื่องจากสารเคมีในธรรมชาติอาจจะไม่ได้ทำให้ฟันขาวได้ทันใจเท่า หลายคนคงจะเลือกใช้ปากกาฟอกฟันขาว หรือแผ่นเคลือบฟันขาวที่มีสารเคมีช่วยให้ฟันของคุณขาวได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังมีให้ซ้อย่างสะดวกสบายใน อินเตอร์เน็ตและร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็ต้องเลือกที่ปลอดภัย มีฉลากระบุสถานที่ผลิตและวันหมดอายุที่ชัดเจน ที่สำคัญต้องมีราคาเหมาะสมกับสินค้าอีกด้วย แต่ถ้าอยากจะให้ได้ผลดีที่สุด คุณอาจจะเลือกฟอกสีฟันกับผู้เชียวชาญในคลินิกทันตกรรม ซึ่งมีทั้งการฟอกสีฟันด้วยถาดใส่สารเคมี หรือจะเลือกฟอกด้วยเลเซอร์ก็ได้

แม้เราจะสร้างสีฟันขาวสวยได้อย่าง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่นาที แต่หากฟันของเราไม่ได้รับการดูแลอย่างดีและสม่ำเสมอ ฟันก็อาจจะกลับมาเหลืองได้อีกในไม่นาน ดังนั้นหากต้องมีฟันที่ขาวเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นก็ต้องหมั่นดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอด้วยการแปรงฟันวันสองครั้งและพบทันตแพทย์ทุกหกเดือนนะคะ

 

 

7 สุขภาพฟัน

สุขภาพฟันดูแลได้ด้วยตนเอง

หากว่าเรามีเหงือกและฟันที่แข็งแรง เคี้ยวอาหารได้ดี สามารถทานอาหารที่มีประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน มันก็ย่อมล้วนทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงตามที่ดั่งใจหวังเอาไว้ และในทางตรงกันข้าม หากคุณดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากไม่ดีพอ ปล่อยให้ช่องปากกลายเป็นที่กักเก็บสะสมของเชื้อโรค มันก็จะก่อให้เกิดฟันผุหรือเกิดโรคเหงือกตามมา เหมือนประดั่งว่า ช่องปากของเราได้เรียกร้องขอให้คุณช่วยดูแลเอาใจใส่เขาบ้าง ถ้าหากว่าคุณไม่อยากจะเผชิญหน้ากับความทุกข์และความเจ็บปวดเช่นนั้น คุณก็ควรที่หันมาเอาใจใส่ซอกเหงือกและซอกฟันของคุณอย่างจริงจังเสียที

การหมั่นตรวจฟันและเหงือกด้วยตนเอง เชื่อว่าใครหลายๆคนคงแทบไม่เคยสำรวจสุขภาพภายในช่องปากของตนเองเลย ทั้งๆที่ส่องกระจกอยู่ทุกวัน การตรวจเหงือกและฟันทำได้ง่ายมาก แถมยังใช้เวลาไม่เยอะ แค่มีอุปกรณ์เพียงกระจกเงาธรรมดา หรืออาจใช้กระจกเงาเล็กๆ อีกหนึ่งอันช่วยสะท้อนให้เห็นบริเวณที่มองเห็นตรงๆ ไม่ได้เท่านั้น

เริ่มจากให้คุณสังเกตสีของเหงือก โดยเหงือกปกติจะมีสีชมพูซีด หรือมีสีคล้ำ ตามสีผิวของแต่ละคน มีลักษณะขอบบาง ปกคลุมและแนบกับคอฟัน ส่วนเหงือกอักเสบจะมีสีแดงจัด เป็นมันวาว บริเวณขอบเหงือกจะบวม ยื่นเลยคอฟันออกมา เลือดออกง่าย เมื่อใช้มือกดจะเจ็บ บางครั้งอาจมีหนองไหลออกมา จากนั้นให้ดูว่ามีฟันผุหรือไม่ ซึ่งสังเกตได้ไม่ยาก เพราะจะเห็นมีเส้นหรือรูสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มบนตัวฟัน

โดยเฉพาะตามร่องฟันบนฟันกราม หรือตามซอกฟันบริเวณฟันหน้า แต่บางครั้งเส้นสีดำหรือสีน้ำตาลที่เห็นอาจเป็นเพียงคราบสีที่ติดอยู่ การ ตรวจฟันควรทำหลังจากแปรงฟันเสร็จแล้ว สังเกตดูว่ามีฟันที่เริ่มมีรอยดำหรือเป็นจุดแล้วหรือไม่ หรือเหงือกบริเวณไหนมีการบวมแดงอักเสบ เมื่อพบแล้วจะได้รีบแก้ไขได้ทันท่วงที

วิธีดูแลฟันและเหงือกไม่ใช่สิ่งที่ทำยาก ทุกคนล้วนทำได้ด้วยตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้น หากอยากให้สุขภาพฟันดีแล้วก็อย่าลืมทำตามคำแนะนำจากเรานะคะ

6 อาการเสียวฟัน

สาเหตุของอาการเสียวฟัน

คนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหากับอาการเสียวฟันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อน เย็น หวาน หรือเปรี้ยว ก็ล้วนเป็นสาเหตุจากการเกิดอาการเสียวฟันได้ทั้งหมด โดยภายในสภาวะที่ปกติ หากบริเวณเนื้อฟันแนวรากฟัน ที่เคลือบด้วยสารเคลือบฟันในตัวฟันและเหงือกที่ล้อมรอบฟัน หากเมื่อเวลาผ่านไป สารเคลือบฟันดังกล่าวสามารถบางลง นั่นจึงทำให้การป้องกันลดน้อยลง และเหงือกยังอาจร่นได้ตลอดเวลา เผยให้เห็นพื้นผิวรากฟันที่อยู่ใต้เนื้อฟัน เนื้อฟันที่มีจำนวนรูหรือท่อที่เชื่อมต่อจากด้านนอกของฟันไปที่ศูนย์กลางเส้นประสาท เมื่อเนื้อฟันเผยออกมา ท่อเหล่านี้จะอาจถูกกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรืออาหารบางชนิด

 

อะไรเป็นสาเหตุของอาการเสียวฟัน

  1. ภาวะเหงือกร่นเนื่องจากอายุ หรือการแปรงฟันที่ไม่เหมาะสม
  2. เครื่องดื่มที่เป็นกรด ที่ก่อให้เกิดการกัดกร่อนเคลือบฟันและ การเผยของเนื้อฟัน
  3. การบดฟัน – ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการรู้สึกเสียวแปลบ ทั้งหมดของฟัน
  4. การแปรงฟันด้วยยาสีฟันด้วยการขัดถูมากๆ การแปรงฟันไม่ถูกวิธี หรือ การแปรงฟันมากกว่าสามครั้งต่อวัน อาจทำให้เกิดการสูญเสียของสารเคลือบฟัน
  5. โรคเหงือก ซึ่งอาจมีผลทำให้เหงือกร่นได้
  6. ฟันบิ่นหรือหักอาจทำให้เผยให้เห็นเนื้อฟัน

นอกจากนี้ การรักษาทางทันตกรรม ก็เป็นสาเหตุ ของความรู้สึกเสียวได้ เช่น การฟอกฟันขาว การทำความสะอาดฟันโดยผู้เชี่ยวชาญทางทันตกรรม การใส่ที่ครอบฟันหรือการอุดฟันเป็นที่ทราบว่าเป็น สาเหตุทำให้มีความรู้สึกไวในระหว่างหรือหลังจากขั้นตอนดังกล่าว

เมื่อทราบสาเหตุของอาการเสียวฟันแบบนี้แล้ว ก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอันนำมาซึ่งอาการเสียวฟันกันนะคะ หรือหากอาการรุนแรงจนไม่อาจรับมือได้จริง คงต้องปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันแล้วค่ะ

 

5 ฟอกฟันขาว

ฟอกฟันตัวช่วยฟันขาวทันใจ

การฟอกสีฟัน นับว่าเป็นความนิยมอีกอย่างหนึ่งที่ผู้คนยุคใหม่หันมาให้ความสนใจ เนื่องจากมันเป็นวิธีที่ช่วยให้ฟันขาวสดใส เป็นเสน่ห์ให้น่าหลงใหลได้อย่างรวดเร็ว ยุคนี้อะไรๆ ก็พัฒนากว้างไกลมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การฟอกสีฟันหรือวิธีที่ทำให้ฟันขาวแบบทันใจ เพราะฉะนั้น มาดูกันนะคะกับสาระดีๆ เกี่ยวกับการฟอกฟันที่ทำให้ฟันของคุณขาวได้อย่างใจภายในเวลาไม่นาน

ในอดีต สารฟอกสีฟันนั้นจะมีความเข้มข้นที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเสียวฟันได้ แต่ในปัจจุบันนี้ เจลฟอกสีฟันมีการพัฒนา และทำให้เกิดการเสียวฟันน้อยลง อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารับประทานอาหารร้อนหรือเย็น แต่อาการมักจะหายไปหลังจาก 48 ชั่วโมง และหมดไปหลังจากการรักษาสิ้นสุดลง และถ้าหากคุณมีอาการเสียวฟัน คุณก็ามารถทำให้อาการหายด้วยวิธีง่ายๆคือ

  1. แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน ซึ่งมีสารโปแทสเซียมไนเตรทที่ช่วยรักษาเส้นประสาทฟัน
  2. ปรึกษาทันตแพทย์หรือเภสัชกรถึงผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ซึ่งจะช่วยเสริมแร่ธาตุให้กับฟัน โดยแปรงหรือสวมถาดเป็นเวลา 4 นาทีก่อนและหลังการฟอกฟัน
  3. หยุดการฟอกฟันเป็นเวลาหลายๆ วันเพื่อให้ฟันได้ปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการฟอกฟัน ภายใน 24 ชั่วโมง อาการเสียวฟันมักจะหยุดไป เมื่อเราฟอกฟันเป็นเวลานานเท่าใด อาการเสียวฟันก็จะน้อยลงเท่านั้น

 

และในปัจจุบัน คุณอาจจะมีความต้องการที่จะมีรอยยิ้มที่ขาวสะอาดอยู่เสมอ เพราะฟันของคุณมักจะเกิดอาการฟันเหลืองเมื่อเวลาผ่านไป หรือไม่ก็รู้สึกไม่พอใจกับคราบที่มาจากการดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม หรืออื่นๆอีกมากมาย แต่คุณเองก็ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวหรอก เพราะคนเราก็ยังมีสีฟันที่ต่างกันไปเหมือนกัน ฟันบางซี่อาจจะเหลืองกว่าฟันซี่อื่น ในขณะที่ฟันบางซี่เหลืองไปตามอายุ สีฟันตามธรรมชาติของคุณอาจเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัย และมีอยู่หลายวิธีในการทำให้ฟันขาวได้ นับตั้งแต่การใช้ยาสีฟันฟอกฟันขาว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยในการกำจัดคราบบนผิวฟันซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง ตลอดจนไปถึงการฟอกฟันขาวด้วยเทคนิคการใช้แสงตามคลินิก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงและให้ผลทันใจ

 

4 เตรียมพร้อมก่อนจัดฟัน

ก่อนจัดฟันคุณเตรียมความพร้อมแล้วหรือยัง?

การจัดฟัน หากเป็นเมื่อก่อนแล้วหลายคนนิยมจัดฟันเพื่อให้สุขภาพฟันดี ฟันเรียงสวยเป็นระเบียบ ทำให้ยิ้มสวยมั่นใจมากขึ้น แต่สำหรับในยุคปัจจุบันการจัดฟันกลายมาเป็นแฟชั่นที่วัยรุ่นบ้านเรานิยมกันอยู่ช่วงหนึ่ง หันมองไปทางไหนเราจึงเห็นแหล่งรับจัดฟันระบาดเกลื่อนเมือง ทั้งที่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่การจัดฟันอย่างถูกวิธีเพื่อทำให้สุขภาพฟันดีขึ้นตามมาเลย ตรงกันข้าม การจัดฟันโดยการใช้เหล็กครอบฟันแบบหลากหลายสีสันนั้นล้วนส่งตรงมาพร้อมอันตรายอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย และในวันนี้หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังคิดอยากจัดฟันล่ะก็ ก่อนอื่นคุณจะต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำต่างๆ และจัดฟันกับทันตแพทย์กับคลีนิคที่ผ่านการรับรองแล้วเท่านั้น

หากคุณต้องการที่จะรักษาฟันทางทันตกรรมจัดฟันแล้วล่ะก็ คุณควรจะมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้ดีเสียก่อน เพราะหากคุณขาดคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะเตรียมตัวไป คุณอาจจะเกิดการเสียใจในภายหลังเอาได้ ผมจึงมาแชร์คำแนะนำดีๆให้กับคุณเพื่อได้รับรู้เอาไว้ สำหรับคนที่กำลังจะไปทำการรักษา และจัดฟันกันครับ

การเตรียมพร้อมของสภาพในช่องปากเนื่องจากสภาวะของฟันเหงือกและกระดูกที่หุ้มรากฟันจะมีความสำคัญต่อการจัดฟันทั้งในระหว่างการจัดฟันและภายหลังการจัดฟันการเคลื่อนที่ของฟันจะเป็นไปได้ด้วยดีต่อเมื่อสภาพของฟันเหงือกและกระดูกที่หุ้มรากฟันอยู่ในสภาพแข็งแรงพอที่จะรองรับแรงจากเครื่องมือหรือการหยุดแรงโดยไม่จำเป็นเพราะอาจมีผลให้ระยะเวลาของการรักษาเนิ่นนานขึ้นหรือซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นที่จะต้องอุดฟันที่ผุทุกซี่ในปากให้เสร็จสิ้น ก่อนการใส่เครื่องมือจัดฟันเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ต้องมีการถอดเครื่องมือจัดฟันออกเพื่ออุดฟันในระหว่างการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

สำหรับฟันที่ตรวจพบว่ามีการผุลุกลามจนถึงโพรงประสาทและจำเป็นต้องรักษารากฟันควรทำให้เสร็จสิ้นก่อนใส่เครื่องมือจัดฟันอย่างน้อย 6 เดือนหรือถ้ารีบด่วนเกินไป ก็ให้ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของทันตแพทย์ในการจัดฟันร่วมกับทันตแพทย์ผู้ที่จะให้การรักษาคลองรากฟันสำหรับความแข็งแรงของเหงือกและกระดูกหุ้มรากฟันผู้ป่วยสามารถสังเกตถึงความผิดปกติของเหงือกและกระดูกหุ้มรากฟันได้โดยดูจากลักษณะที่บวมแดงของเหงือกหรือการมีเลือดออกตามไรฟัน การพบหินปูนจับตามคอฟันหรือฟันโยกนั้น ควรจะต้องรักษาให้หายเสียก่อนจะใส่เครื่องมือจัดฟัน เพราะไม่อย่างนั้น มันอาจจะเป็นผลร้ายต่อคุณในภายหลังเอาได้

3 การครอบฟัน

การครอบฟันและการยึดฟันปลอม

นอกจากการใส่เหล็กจัดฟันที่วัยรุ่นหนุ่มสาวเรานิยมใส่เพื่อจัดเรียงฟันให้สวยงามมีสุขภาพดี ยิ้มสวยกันแล้ว ในช่วงวัยที่อายุมากขึ้น ผู้ใหญ่เรารวมถึงกลุ่มคนที่อายุมากแล้วค่อนข้างพบกับปัญหาสุขภาพฟันกันมาก และการใส่ฟันปลอมก็เริ่มมีมากขึ้น ในที่นี้ เราจึงจะพาทุกท่านมาอ่านรายละเอียดน่ารู้เกี่ยวกับการครอบฟันและการยึดฟันปลอมกันค่ะ มาดูกันเลยนะคะ

การครอบฟันและการยึดฟันปลอม ส่วนมากจะเป็นการใส่ฟันปลอมกันแบบถาวร และไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ นอกจากฟันปลอมแบบที่คุณสามารถถอดออกได้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นฟันปลอมที่ถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ทุกวัน ส่วนการครอบฟัน และการยึดฟันปลอมจะเป็นแบบซีเมนต์ที่อยู่บนฟันแท้ หรือไม่ก็ยึดติดกับฟัน สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยทันตแพทย์เท่านั้น

การครอบฟัน เป็นวิธีการครอบหรือคลุมฟันที่เสียหายแทบจะทั้งซี่ เพื่อต้องการทำให้ฟันซี่นั้น ดูแข็งแรงมากขึ้น หรือเพื่อตกแต่งรูปทรงให้มีความสวยงาม และเป็นระเบียบมากขึ้น การครอบฟันมักจะใช้ พอร์เซเลน หรือเซรามิก เป็นส่วนประกอบ โดยสามารถปรับสีให้เข้ากับสีของฟันตามธรรมชาติได้ ส่วนวัสดุอื่นๆ อย่าง ทอง หรือโลหะผสม อาครีลิค เซรามิก ก็จะมีความแข็งแรง มากกว่าพอร์เซเลน

 

สาเหตุของการครอบฟัน แน่นอนว่า การจะครอบฟันหรือการรักษาสุขภาพฟันนั้น คุณจะต้องมีสาเหตุที่จะต้องบอกกับแพทย์ เพื่อให้แพทย์ดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยการครอบฟันจะมีประโยชน์ได้ดังต่อไปนี้

 

  1. ใช้แทนการอุดฟัน ในกรณีที่ฟันของคุณซี่นั้นมีบริเวณที่ต้องการอุดเยอะมาก
  2. ป้องกันฟันที่อ่อนแอจากการแตกร้าว
  3. ซ่อมแซมฟันที่แตกร้าวได้
  4. ใช้เป็นที่ยึดฟันแทน
  5. แก้ไขปัญหาสีของฟันที่ไม่เท่ากันหรือมีฟันที่มีรูปร่างไม่ดีพอ
  6. ครอบฟันสำหรับฟันที่ได้รับการรักษารากฟันมาก่อน

 

และถ้าหากว่าฟันคุณหายไปอย่างน้อย 1 ซี่ ช่องว่างของฟันที่หายไป ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันที่เหลือเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ว่างที่สุด จนทำให้เกิดความไม่สมดุลกัน เนื่องจากฟันที่หายไปอาจจะนำไปสู่โรคเหงือก ซึ่งเป็นโรคข้อต่อขากรรไกรเอาได้

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ต้องใส่ฟันปลอมก็เพราะอายุวัยเรามากขึ้น สุขภาพฟันก็เริ่มเปราะ ผุมีปัญหาต้องถอน ต้องอุดกันต่อเนื่อง และวิธีเหล่านี้ก็สามารถช่วยรักษาสุขภาพฟันเอาไว้ได้ ทำให้เราสามารถเคี้ยวอาหารได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ยิ้มได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้แล้ว ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับสุขภาพฟันและช่องปากก็ตาม เอาปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนสายไป ดังนั้น รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการรับมือรักษาย่อมดีกว่า

 

2 โรคเหงือกอักเสบ

โรคเหงือกอักเสบปัญหาสุขภาพฟันที่ต้องรับมือ

คุณเคยเป็นโรคเหงือกอักเสบกันมั๊ย ? ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ล้วนเคยเป็นโรคเหงือกอักเสบกันหมด เพราะในแต่ละวันพวกคุณจะต้องผ่านศึกสงครามที่ ฟันของคุณพบเจอและปะทะกันกับเศษอาหาร อันเป็นตัวกำเนิดและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเหงือกอักเสบ ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมาขอแชร์ความรู้ในเรื่องนี้กัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่พวกคุณทุกคนด้วยครับผม

 

โรคเหงือกอักเสบคืออะไร ?

โรคเหงือกอักเสบ คือ อาการอักเสบของเหงือกซึ่งเป็นอาการแรกเริ่มของ “โรคเหงือก” ต่างๆ และเป็นอาการที่รักษาได้ง่าย สาเหตุโดยตรงของเหงือกอักเสบคือคราบแบคทีเรียที่เกาะอยู่ที่เหงือกและฟัน

ถ้าคราบแบคทีเรียไม่ถูกกำจัดออกไปเป็นประจำด้วยการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟัน คราบแบคทีเรียจะก่อให้เกิดสารพิษที่จะทำลายเนื้อเยื่อเหงือก และทำให้เกิดการอักเสบ ในช่วงแรกของโรคเหงือกนี้ สามารถจะรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากกระดูกฟันและเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อและยึดฟันไว้ยังไม่ถูกทำลาย แต่ถ้าทิ้งไว้นานไม่รักษา อาการเหงือกอักเสบก็อาจกลายเป็นโรคปริทันต์ได้ และทำให้เกิดความเสียหายกับฟันและขากรรไกรอย่างถาวร

 

เราจะรู้ว่าเป็นโรคเหงือกอักเสบได้อย่างไร ?

อาการที่พบมากสำหรับโรคนี้คือ การบวมแดงของเหงือกซึ่งอาจมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน อีกสัญญาณหนึ่งก็คือ เหงือกร่นจากตัวฟันซึ่งทำให้ฟันยาวขึ้น โรคเหงือกสามารถทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเหงือกกับฟันซึ่งเป็นที่สะสมของหินปูนและเศษอาหารได้ บางรายอาจมีกลิ่นปาก หรือมีรสแปลกๆในปาก แม้ว่าโรคจะยังไม่ลุกลาม

 

วิธีป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

การดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ควรหมั่นแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน นอกจากนี้ การทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างทันตแพทย์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันเมื่อมีการสะสมตัวของคราบแบคทีเรียที่มากและแข็งจนกลายเป็นหินปูน ซึ่งทันตแพทย์เท่านั้นที่จะขจัดออกได้ เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาโรคเหงือกอักเสบระรานใจแล้วล่ะ